วิธีรับมือน้ำท่วม และการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลดอย่างปลอดภัย รวมวิธีเอาตัวรอด ดูแลระบบไฟฟ้า กำจัดเชื้อรา และแนวทางเลือกบ้านทำเลดีที่ไม่ต้องหนีน้ำท่วมซ้ำซาก เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมกะทันหัน การมีความรู้และความพร้อมในการจัดการทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเผชิญเหตุ และการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน วันนี้ได้รวบรวมขั้นตอนปฏิบัติจริงแบบเข้าใจง่าย ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมเสบียง ความปลอดภัยเรื่องระบบไฟฟ้า การป้องกันโรคระบาด ไปจนถึงการเคลียร์คราบโคลนและเชื้อราอย่างถูกสุขอนามัยมาฝากกัน
1. วิธีเตรียมความพร้อมก่อนเกิดน้ำท่วม (ระยะเตรียมพร้อม)
การตั้งรับล่วงหน้าช่วยลดความเสียหายได้มหาศาล โดยมีเช็กลิสต์สำคัญที่ต้องทำทันทีเมื่อได้รับการแจ้งเตือนภัย
- ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด: อัปเดตพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอยู่เสมอ
- สำรองเสบียงและเวชภัณฑ์: เตรียมน้ำดื่มสะอาดในภาชนะปิดมิดชิด อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ยาประจำตัว (เก็บใส่ถุงหรือกล่องกันน้ำ) และชุดยาสามัญประจำบ้านสำหรับทำแผลหรือรับมือสัตว์มีพิษ
- เตรียมอุปกรณ์สื่อสารและพลังงานสำรอง: ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือและพาวเวอร์แบงค์ให้เต็ม มีไฟฉาย ถ่านสำรอง เทียนไข และวิทยุแบบใช้ถ่านสำหรับติดตามข่าวสารกรณีไฟฟ้าดับ
- จัดการทรัพย์สินและตัวบ้าน: ยกเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กพ่วง และของมีค่าขึ้นที่สูง รวบรวมเอกสารสำคัญ (บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน) ใส่ถุงซิปล็อกกันน้ำ ทำความสะอาดท่อระบายน้ำรอบบ้านไม่ให้อุดตัน วางแนวกระสอบทรายกั้นน้ำ และเคลื่อนย้ายรถยนต์ไปจอดบนพื้นที่สูง
- ดูแลกลุ่มเปราะบางและสัตว์เลี้ยง: พาเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงล่วงหน้า และใส่ปลอกคอพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อให้สัตว์เลี้ยงเสมอ
2. ข้อควรปฏิบัติขณะเกิดน้ำท่วม (ระยะเผชิญเหตุ)
ความปลอดภัยในชีวิตคือเรื่องสำคัญที่สุด เมื่อระดับน้ำเริ่มเอ่อล้นเข้ามาในบริเวณบ้าน ควรปฏิบัติตามแนวทางนี้
- ตัดระบบไฟฟ้าและแก๊สหุงต้มทันที: สับคัตเอาต์หรือเบรกเกอร์เพื่อตัดไฟทั้งบ้าน ปิดวาล์วถังแก๊ส และใช้เทปพันสายไฟหรือพลาสติกปิดเต้ารับไฟฟ้าเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว
- ระวังอันตรายจากไฟฟ้าดูด: ห้ามสัมผัสสวิตช์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียกชื้น และห้ามเดินลุยน้ำเข้าใกล้เสาไฟฟ้าหรือแนวสายไฟที่ขาดร่วงลงน้ำเด็ดขาด
- สัญจรอย่างระมัดระวัง: หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรใส่รองเท้าบูทยาง หากมีแผลต้องปิดพลาสเตอร์กันน้ำให้สนิท หลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำลึกหรือกระแสน้ำเชี่ยว และห้ามปล่อยให้เด็กลงเล่นน้ำเด็ดขาด
- ระวังสัตว์มีพิษและสุขอนามัย: ตรวจดูรองเท้า เสื้อผ้า และมุมอับก่อนหยิบใช้เสมอ เพราะงู ตะขาบ และแมงป่องมักหนีน้ำขึ้นมาหลบซ่อน ดื่มเฉพาะน้ำสะอาด อาหารปรุงสุกใหม่ และห้ามทิ้งขยะหรือขับถ่ายลงน้ำท่วมขัง ให้รวมใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่นหนา
3. รวมเบอร์โทรฉุกเฉินและสายด่วนสำคัญช่วงน้ำท่วม
เซฟเบอร์เหล่านี้ติดโทรศัพท์ไว้เพื่อความอุ่นใจเมื่อต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน
- 1784: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลืออุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง
- 1111 กด 5: ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)
- 1669: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ
- 1422: กรมควบคุมโรค ปรึกษาเรื่องโรคระบาดและภัยสุขภาพ
- 1323: สายด่วนสุขภาพจิต ปรึกษาความเครียดและเยียวยาจิตใจ
- 1193: ตำรวจทางหลวง ตรวจสอบเส้นทางสัญจร
- 191: แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย
- 199: ดับเพลิงและกู้ภัย
4. เตือนภัย 6 กลุ่มโรคอันตรายที่มากับน้ำท่วม
สภาพแวดล้อมที่ชื้นแฉะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี จึงควรสังเกตอาการเหล่านี้
- โรคไข้ฉี่หนู (Leptospirosis): เกิดจากการลุยน้ำสกปรกที่มีเชื้อปนเปื้อนผ่านแผล มีไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อน่องกับหลังอย่างรุนแรง
- โรคน้ำกัดเท้าและผิวหนังอักเสบ: เกิดจากการแช่น้ำเป็นเวลานานจนผิวเปื่อย คัน พุพอง
- โรคทางเดินอาหารและน้ำ: เช่น ท้องเสียร่วงรุนแรง อาหารเป็นพิษ บิด หรือไทฟอยด์ จากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด
- โรคติดต่อมียุงเป็นพาหะ: เช่น ไข้เลือดออก ข้อควรระวัง: หากมีไข้สูง ห้ามกินยาลดไข้กลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน หรือไอบูโพรเฟนเด็ดขาด เพราะเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหาร
- โรคตาแดง/ตาอักเสบ: เกิดจากน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา หรือใช้มือเปื้อนขยี้ตา
- โรคระบบทางเดินหายใจ: เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม จากความชื้นสะสม
5. วิธีฟื้นฟูบ้าน ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และกำจัดเชื้อราหลังน้ำลด
เมื่อระดับน้ำลดลง การเข้าจัดการบ้านเรือนต้องทำอย่างเป็นระบบเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยสูงสุด
การตรวจสอบความปลอดภัยและโครงสร้างบ้านเบื้องต้น
- เข้าบ้านช่วงเช้าและถ่ายรูปหลักฐาน: เข้าตรวจบ้านในเวลากลางวันที่มีแสงแดด ถ่ายรูปความเสียหายคู่กับบ้านเลขที่และวันที่ไว้เป็นหลักฐานเคลมประกันภัยหรือขอรับเงินเยียวยา
- ตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้งาน: สวมรองเท่ายาง ใช้ไขควงวัดไฟแตะส่วนที่เป็นโลหะ ถอดหน้ากากเต้ารับและสวิตช์ไฟที่จมน้ำออกมาเป่าลมให้แห้งสนิท ฉีดสเปรย์ไล่ความชื้น หากน้ำเคยท่วมถึงตู้คัตเอาต์หลัก ควรให้ช่างไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจวัดค่าความเป็นฉนวนสายไฟและเปลี่ยนอุปกรณ์ ห้ามทดลองเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยจมน้ำทันที
การทำความสะอาดบ้านและกำจัดคราบดินโคลน
- ล้างทำความสะอาดคราบโคลน: เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้พลั่วตักโคลนออกก่อน แล้วจึงใช้แปรงขัดพร้อมน้ำผสมผงซักฟอก ล้างซ้ำด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อผสมคลอรีน
โปรโตคอล 3 ขั้นตอนกำจัดเชื้อราบนผนังและพื้นผิวแข็ง
- Step 1 เช็ดสปอร์ชั้นนอก: สวมหน้ากาก N95 แว่นครอบตา และถุงมือยาง ใช้ทิชชูหนาหรือหนังสือพิมพ์พรมน้ำหมาดๆ เช็ดคราบเชื้อราไปใน ทิศทางเดียวกัน (ห้ามเช็ดย้อนไปมา และห้ามใช้ผ้าแห้งเช็ด) รวบรวมทิ้งถุงขยะมัดแน่น
- Step 2 ล้างคราบฝังลึก: ใช้น้ำผสมผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน ขัดเช็ดซ้ำจุดเดิม
- Step 3 ฆ่าเชื้อรา: เช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำส้มสายชู (5–7%), แอลกอฮอล์ (60–90%) หรือน้ำยาซักผ้าขาวโซเดียมไฮโปคลอไรต์ผสมน้ำ 1:10 แล้วทิ้งไว้ให้แห้งสนิท (ห้ามผสมน้ำยาซักผ้าขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำเด็ดขาด)
การจัดการเฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน และสิ่งของที่ขึ้นราอย่างถูกวิธี
เครื่องนอนและวัสดุเนื้ออ่อน (ที่นอน, ฟูก, หมอน, ผ้านวม, ตุ๊กตายัดนุ่น, โซฟาผ้า)
- กรณีแช่น้ำหรือขึ้นราเป็นวงกว้าง: หากแช่น้ำสกปรกเป็นเวลานานเกิน 24–48 ชั่วโมง หรือเชื้อราแทรกซึมลึกเข้าไปในเส้นใย ฟองน้ำ และนุ่นด้านใน แนะนำให้ห่อพลาสติกมิดชิดแล้วทิ้งทันที เนื่องจากไม่สามารถซักล้างให้ปลอดเชื้อได้จริง และสปอร์ราจะฝังตัวอยู่ตลอดไป
- กรณีเปียกชื้นเล็กน้อยหรือมีราจุดเล็กๆ ผิวบน: ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ผสมน้ำอุ่นเช็ดเฉพาะจุด นำไปซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป (สำหรับผ้าที่ซักได้) จากนั้นนำไปตากแดดจัดจนแห้งสนิททั้งสองด้าน และใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีไส้กรอง HEPA ดูดซ้ำเพื่อดักจับสปอร์ที่ตายแล้ว
เฟอร์นิเจอร์ไม้จริง (Solid Wood)
- ใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดหรือสบู่เช็ดคราบดินโคลนและเชื้อราออก จากนั้นเช็ดซ้ำด้วยแอลกอฮอล์เข้มข้น 60–90% หรือน้ำส้มสายชูเจือจางเพื่อยับยั้งสปอร์
- นำไปผึ่งลมในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกจนเนื้อไม้แห้งสนิท (ห้ามนำไปตากแดดจัดโดยตรง เพราะความร้อนจัดจะทำให้เนื้อไม้บิดงอ โก่ง หรือแตกร้าว) เมื่อแห้งสนิทดีแล้วจึงค่อยทาสารเคลือบเงาหรือน้ำยากันเชื้อราซ้ำ
เฟอร์นิเจอร์ไม้อัด ปาร์ติเกิลบอร์ด ไม้ MDF และพื้นไม้ปาร์เก้
- ไม้อัดที่ผ่านการแช่น้ำมักจะบวม พอง เนื้อไม้เปื่อยยุ่ย และกาวเสื่อมสภาพ ซึ่งโครงสร้างจะสูญเสียความแข็งแรงอย่างถาวรและกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราดำที่ขจัดไม่ออก แนะนำให้รื้อทิ้งและเปลี่ยนใหม่ ไม่คุ้มค่าที่จะซ่อมแซม
- สำหรับพื้นไม้ปาร์เก้ที่ร่อน ให้รื้อส่วนที่พองออก และต้องรอให้พื้นปูนด้านล่างแห้งสนิทอย่างแท้จริง (ใช้เวลาหลายสัปดาห์) ก่อนทำการปูพื้นใหม่ เพื่อป้องกันความชื้นดันขึ้นมาจนเกิดเชื้อราใต้พื้นอีก
เครื่องใช้โลหะและเครื่องครัว
- เครื่องแก้ว กระเบื้อง พลาสติก ล้างด้วยน้ำยาล้างจาน ต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที แล้วผึ่งแดดให้แห้ง
- ภาชนะโลหะ ต้มในน้ำเดือด 10 นาที แช่น้ำยาฆ่าเชื้อที่ไม่กัดกร่อนโลหะ 1 ชั่วโมง แล้วล้างซ้ำด้วยน้ำยาล้างจาน (ห้ามใช้กรดรุนแรงหรือโซดาไฟ)
6. ไม่อยากกังวลเรื่องน้ำท่วม เลือกบ้านคุณภาพในทำเลปลอดภัย
ปัญหาเรื่องน้ำท่วมบ้านและการฟื้นฟูหลังน้ำลดเป็นเรื่องที่สร้างความเหนื่อยล้าให้กับเจ้าของบ้านไม่น้อย ดังนั้นการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยบนทำเลที่ไม่เคยมีประวัติน้ำท่วมขัง และมีโครงสร้างที่วางแผนรับมือมาเป็นอย่างดี จึงเป็นการลงทุนเพื่อความสุขระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด
โครงการในเครือ AKRA Land and House ให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลดอนน้ำไม่ท่วม พร้อมระบบระบายน้ำภายในโครงการที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้ทุกโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานครปลอดภัย ไร้ปัญหาน้ำท่วมเข้าโครงการ:
โครงการบ้านเดี่ยวและคฤหาสน์หรู
- The Obsidian พุทธมณฑล สาย 1 (เขตภาษีเจริญ): คฤหาสน์หรู 3 ชั้น ระดับอัลตร้าลักชัวรี พร้อมสระว่ายน้ำและลิฟต์ส่วนตัว มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 20 หลัง โครงการยกระดับพื้นดินสูง
- The Matias บรมราชชนนี-ทวีวัฒนา (เขตทวีวัฒนา): บ้านเดี่ยวหรูสไตล์ Dutch Colonial บนที่ดินใหญ่ 100 ตร.ว. ขึ้นไป พร้อม Double Volume สวยสง่า
- The Matias กาญจนาภิเษก-เพชรเกษม 69 (เขตบางแค): บ้านเดี่ยวหรูบนถนนบางบอน 3 ทำเลเชื่อมต่อเพชรเกษมและกาญจนาภิเษก พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง
โครงการทาวน์โฮมและพรีเมียมทาวน์โฮม
- The Mirth Lite เพชรเกษม 63 (เขตบางแค): พรีเมียมทาวน์โฮม 3 ชั้น 3-4 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัวทุกห้องนอน พร้อม Penthouse Master Bedroom โครงสร้างมั่นคง เดินทางสะดวก
- The Miracle Plus เพชรเกษม 63 โครงการ 2 (เขตบางแค): ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5.7 เมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พร้อมห้องนอนล่าง และลงเสาเข็มหลังบ้านลึกเท่าตัวบ้าน (รวมเสาเข็มข้างบ้านแปลงมุม)
- The Miracle เพชรเกษม 63 โครงการ 3 (เขตบางแค): ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5.7 เมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ในซอยสุขสบาย 1 ยกระดับโครงการสูง ปลอดภัยจากปัญหาน้ำท่วมขังรอบบ้าน
โครงการคอนโดมิเนียม Low-rise
- The Matt สาทร-ท่าพระ (เขตธนบุรี): คอนโด Low-rise แต่งครบ ใกล้รถไฟฟ้าสถานีตลาดพลู เดินทางสู่ใจกลางเมือง สาทร-สีลม ได้สบาย ไม่ติดปัญหาน้ำท่วมบนถนนรอบโครงการ
- The Matt สุขุมวิท 101/1 (เขตพระโขนง): คอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าสายสุขุมวิท สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
สรุปภาพรวม
การเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมและการฟื้นฟูบ้านอย่างถูกหลักวิศวกรรมและสุขอนามัย ช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากต้องการตัดปัญหาความกังวลใจเรื่องน้ำท่วมในระยะยาว การเลือกโครงการบ้านคุณภาพที่มีการยกระดับความสูงและมีระบบเสาเข็มมาตรฐานจาก AKRA Land and House คือคำตอบที่ตอบโจทย์ความอุ่นใจของทุกคนในครอบครัว
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับมือน้ำท่วมและการดูแลบ้าน
หากน้ำท่วมมิดปลั๊กไฟชั้นล่าง สามารถเปิดเบรกเกอร์ใช้งานชั้นบนได้หรือไม่?
ได้เฉพาะบ้านที่มีการแยกวงจรเบรกเกอร์ชั้นบนและชั้นล่างออกจากกัน โดยให้สับเบรกเกอร์ชั้นล่างลงทั้งหมด แล้วจึงเปิดเฉพาะวงจรชั้นบน แต่หากเป็นเบรกเกอร์รวมวงจรเดียว ห้ามเปิดใช้งานเด็ดขาดจนกว่าจะได้รับการตรวจเช็ก
ทำไมจึงห้ามเปิดพัดลมขณะทำความสะอาดคราบเชื้อราในบ้าน?
ลมจากพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศจะทำให้สปอร์ของเชื้อราฟุ้งกระจายไปทั่วห้องและลอยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นอันตรายต่อปอดและดวงตา
เสาเข็มหลังบ้านลึกเท่าตัวบ้านในโครงการ The Miracle มีประโยชน์อย่างไรเมื่อเจอน้ำท่วมขัง?
การลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้านช่วยให้โครงสร้างส่วนต่อเติมหลังบ้านไม่เกิดการทรุดตัวหรือแยกตัวออกจากตัวบ้านหลัก ป้องกันการรั่วซึมของน้ำ รอยร้าว และการสะสมของน้ำขังใต้โพรงบ้านได้อย่างถาวร
อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าอาจติดเชื้อโรคไข้ฉี่หนูหลังลุยน้ำ?
หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ และมีอาการเด่นชัดคือปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและหลังอย่างรุนแรงหลังสัมผัสน้ำท่วมขัง ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำให้แพทย์ทราบ
สนใจเข้าชมโครงการบ้านของ AKRA Land and House ในช่วงนี้ เดินทางสะดวกหรือไม่?
ทุกโครงการตั้งอยู่บนทำเลที่เส้นทางสัญจรหลักปลอดภัย น้ำไม่ท่วมเข้าโครงการ สามารถเดินทางเข้าเยี่ยมชมบ้านจริงได้ทุกวันตั้งแต่ 09.00 น. – 18.00 น.
ข้อมูลติดต่อโครงการและสำนักงานขายส่วนกลาง (AKRA Land and House)
ข้อมูลติดต่อสำนักงานขายโครงการบ้านเดี่ยวและคฤหาสน์หรู (เขต กทม.)
- The Obsidian พุทธมณฑล สาย 1: 168 ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160 | โทร. 066-115-9961 | แผนที่โครงการ | เว็บไซต์โครงการ
- The Matias บรมราชชนนี-ทวีวัฒนา: ถนนสุภาพบุรุษ แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170 | โทร. 093-355-2639 | แผนที่โครงการ | เว็บไซต์โครงการ
- The Matias กาญจนาภิเษก-เพชรเกษม 69: ถ.บางบอน 3 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 | โทร. 082-491-8995 | แผนที่โครงการ | เว็บไซต์โครงการ
ข้อมูลติดต่อสำนักงานขายโครงการทาวน์โฮมและพรีเมียมทาวน์โฮม (เขต กทม.)
- The Mirth Lite เพชรเกษม 63: ซอยกาญจนาภิเษก 3 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 | โทร. 098-902-4499 | เว็บไซต์โครงการ
- The Miracle Plus เพชรเกษม 63 โครงการ 2: หมู่บ้านเดอะ มิราเคิล พลัส เพชรเกษม 63 โครงการ 2 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 | โทร. 087-222-2922 | แผนที่โครงการ | เว็บไซต์โครงการ
- The Miracle เพชรเกษม 63 โครงการ 3: 1589, 106 ซอยสุขสบาย 1 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 | โทร. 087-222-2922 | แผนที่โครงการ | เว็บไซต์โครงการ
ข้อมูลติดต่อสำนักงานขายโครงการคอนโดมิเนียม (เขต กทม.)
- The Matt สาทร-ท่าพระ: เลขที่ 9 ซอยเทอดไท 33 แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 | โทร. 061-445-5596 | แผนที่โครงการ | เว็บไซต์โครงการ
- The Matt สุขุมวิท 101/1: 621 31 ถนนสุขุมวิท 101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260 | โทร. 066-164-5514 | แผนที่โครงการ | เว็บไซต์โครงการ
ช่องทางติดต่อส่วนกลาง (AKRA Land and House)
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: www.akralandandhouse.com
- เบอร์โทรศัพท์ส่วนกลาง (Call Center): 063-245-4255
- Line Official Account: @akralandandhouse
- Facebook Fanpage: AKRA Land and House
- เวลาทำการสำนักงานขาย: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 18.00 น.
