7 ค่าใช้จ่ายแฝงซื้อบ้านและคอนโด ที่ต้องรู้ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งค่าธรรมเนียม เงินกองทุน ค่าส่วนกลาง ภาษี และค่าตกแต่ง เตรียมงบให้พร้อมก่อนงบบานปลาย การซื้อที่อยู่อาศัยไม่ได้จบลงแค่วันที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อหรือตกลงราคาบ้านได้ลงตัวเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายก้อนที่มักตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว หากไม่ได้วางแผนงบสำรองไว้ล่วงหน้า จากบ้านในฝันอาจกลายเป็นภาระหนักใจ มาเช็ก 7 ค่าใช้จ่ายแฝงหลังซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมแบบเจาะลึก เพื่อเตรียมพร้อมทางการเงินอย่างมั่นใจและสบายใจที่สุด
1. ค่าธรรมเนียมวันโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนอง (Closing Costs)
เงินสดก้อนแรกที่ต้องเตรียมไว้จ่าย ณ สำนักงานที่ดินในวันจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
- ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์: อัตราปกติอยู่ที่ 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์จากกรมธนารักษ์ (โดยทั่วไปมักตกลงแบ่งจ่ายคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ฝั่งละ 1% หรือเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญา)
- ค่าจดทะเบียนการจำนอง: อัตราปกติอยู่ที่ 1% ของวงเงินกู้สินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติจากสถาบันการเงิน (ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบ)
- มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 (สิทธิ์ถึง 30 มิ.ย. 2570): ภาครัฐปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือเพียง 0.01% และลดค่าจดจำนองเหลือเพียง 0.01%
- เงื่อนไขรับสิทธิ์: ต้องเป็นที่อยู่อาศัย (บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮาส์, อาคารพาณิชย์ หรือห้องชุด) ทั้งมือหนึ่งและมือสอง ที่มีราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา โดยผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และทำการจดทะเบียนโอนพร้อมจำนองในคราวเดียวกัน (หากราคาหรือวงเงินใดเกิน 7 ล้านบาท จะปรับไปใช้อัตราปกติ 2% และ 1% ทันที)
- ตัวอย่างความคุ้มค่า: หากซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท ในอัตราปกติจะต้องจ่ายค่าโอนและค่าจดจำนองรวม 90,000 บาท แต่เมื่อได้รับสิทธิ์ตามมาตรการรัฐจะจ่ายเพียง 600 บาท (ค่าโอน 300 บาท + ค่าจำนอง 300 บาท) ช่วยประหยัดเงินสดวันโอนไปได้มากถึง 89,400 บาท
- ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ณ กรมที่ดินและธนาคาร: ค่าคำขอ 5 บาท, ค่ามอบอำนาจ 20 บาทต่อคน, ค่าพยาน, ค่าธรรมเนียมไถ่ถอนจำนองเดิม (กรณีมีไถ่ถอน 50 บาท) รวมถึงค่าประเมินราคาหลักประกันของธนาคารประมาณ 3,000 – 3,500 บาท และค่าบริการเบ็ดเตล็ดของธนาคารประมาณ 500 – 1,000 บาท
2. เงินกองทุนส่วนกลางแรกเข้า (Sinking Fund)
เงินทุนสำรองฉุกเฉินที่เรียกเก็บเฉพาะแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ สำหรับผู้ที่ซื้อคอนโดมิเนียม
- วัตถุประสงค์ของเงินกองทุน: นิติบุคคลอาคารชุดจะนำไปเก็บเป็นเงินทุนสำรองระยะยาวสำหรับเหตุฉุกเฉิน หรือการซ่อมแซมใหญ่ตามวงรอบอายุอาคาร เช่น การซ่อมบำรุงใหญ่หรือเปลี่ยนลิฟต์โดยสาร, การทาสีภายนอกอาคารใหม่ทั้งตึก, การเปลี่ยนระบบปั๊มน้ำส่วนกลาง หรือการปรับปรุงสระว่ายน้ำ
- ข้อควรรู้สำหรับคอนโดมือสอง: ผู้ซื้อมือสองไม่ต้องจ่ายเงินกองทุนนี้ซ้ำ เพราะเจ้าของเดิมได้ชำระให้โครงการไปแล้วตั้งแต่แรก และเงินนี้ถือเป็นทรัพย์สินของนิติบุคคลที่ไม่สามารถขอคืนได้ สิ่งสำคัญคือควรขอดูยอดเงินกองทุนคงเหลือจากนิติบุคคล เพื่อเช็กสถานะความมั่นคงทางการเงินของตัวอาคาร
- กรณีเงินกองทุนหมด: หากเกิดเหตุจำเป็นจนเงินกองทุนหมดลง นิติบุคคลสามารถขอมติจากที่ประชุมใหญ่เพื่อเรียกเก็บเงินสมทบเพิ่ม 5% – 10% ของค่าส่วนกลาง เป็นเวลา 1 – 2 ปีได้
3. ค่าใช้จ่ายส่วนกลางหมุนเวียน (Common Area Maintenance Fee – CAM Fee)
ภาระค่าใช้จ่ายประจำที่เจ้าของบ้านและคอนโดทุกคนมีหน้าที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพื่อดูแลรักษาความสะอาด ความปลอดภัย และบริหารพื้นที่ส่วนรวมให้น่าอยู่เสมอ
- งบส่วนกลางถูกนำไปใช้อะไรบ้าง?:
- 65%: ค่าจ้างบริษัทบริหารนิติบุคคล, พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) 24 ชั่วโมง, แม่บ้านทำความสะอาด, ช่างประจำอาคาร และคนดูแลสวน
- 20%: ค่าสาธารณูปโภคส่วนกลาง เช่น ค่าไฟทางเดิน ลิฟต์ สระว่ายน้ำ และอินเทอร์เน็ตส่วนกลาง
- 10%: ค่าซ่อมบำรุงและดูแลอุปกรณ์ตามรอบการใช้งาน
- 5%: ค่าจัดประชุมใหญ่ประจำปี ค่ากิจกรรมชุมชน และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
- อัตราและสูตรการคำนวณ:
- คอนโดมิเนียม: คิดตามพื้นที่ใช้สอยในโฉนด (รวมระเบียงและผนัง) อัตราต่อ ตร.ม.
- คอนโด Low-Rise/ราคาประหยัด: 25 – 40 บาท/ตร.ม./เดือน
- คอนโดระดับกลาง (Mid-tier): 40 – 70 บาท/ตร.ม./เดือน
- คอนโดระดับบน/หรู (Premium): 60 – 90 บาท/ตร.ม./เดือน
- ซูเปอร์ลักชัวรี: 90 – 170+ บาท/ตร.ม./เดือน (เช่น ห้อง 35 ตร.ม. อัตรา 50 บาท = 1,750 บาท/เดือน หรือ 21,000 บาท/ปี)
- หมู่บ้านจัดสรร: คิดตามเนื้อที่ดินตามโฉนด (ตร.วา) อัตราต่อ ตร.วา
- อัตราทั่วไปอยู่ที่ 25 – 300 บาท/ตร.วา/เดือน (เช่น บ้านเดี่ยว 100 ตร.วา อัตรา 40 บาท = 4,000 บาท/เดือน หรือ 48,000 บาท/ปี)
- คอนโดมิเนียม: คิดตามพื้นที่ใช้สอยในโฉนด (รวมระเบียงและผนัง) อัตราต่อ ตร.ม.
- การจัดเก็บและบทลงโทษ: โครงการส่วนใหญ่มักเรียกเก็บล่วงหน้า 1 – 3 ปี ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งแม้ไม่ได้เข้าอยู่อาศัยก็ต้องชำระตามกฎหมาย หากค้างชำระจะถูกคิดเบี้ยปรับ 12% – 20% ต่อปี (หรือ 0.05% ต่อวัน), ถูกระงับสิทธิ์การใช้พื้นที่ส่วนกลางและคีย์การ์ด, ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในที่ประชุม, นิติบุคคลไม่ออกหนังสือปลอดหนี้ให้จนไม่สามารถขายต่อได้ และอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดี
4. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (Land and Building Tax)
ภาษีรายปีที่ต้องชำระให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยคำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ (ไม่ใช่ราคาที่ซื้อขายจริง)
- บ้านหลังหลัก (บุคคลธรรมดา มีชื่อในทะเบียนบ้าน + เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ณ วันที่ 1 ม.ค.):
- มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี (ไม่ต้องจ่าย)
- ส่วนเกิน 50 – 75 ล้านบาท: อัตรา 0.03% (ล้านละ 300 บาท)
- ส่วนเกิน 75 – 100 ล้านบาท: อัตรา 0.05% (ล้านละ 500 บาท)
- บ้านหลังหลัก (เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้านบนที่ดินเช่า + มีชื่อในทะเบียนบ้าน):
- มูลค่า 0 – 10 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
- ส่วนเกิน 10 – 50 ล้านบาท: อัตรา 0.02% (ล้านละ 200 บาท)
- บ้านหลังที่สองขึ้นไป / ซื้อปล่อยเช่า / ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน:
- มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท: อัตรา 0.02% (เสียภาษีตั้งแต่มูลค่าบาทแรก = ล้านละ 200 บาท)
- ส่วนเกิน 50 – 75 ล้านบาท: อัตรา 0.03%
- การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ หรือที่ดินรกร้าง:
- เชิงพาณิชย์ (ร้านค้า ออฟฟิศ หรือ Airbnb): มูลค่า 0 – 50 ล้านบาท อัตรา 0.30% (ล้านละ 3,000 บาท)
- ที่ดินรกร้างว่างเปล่า: เริ่มต้น 0.30% และหากทิ้งร้างติดต่อกัน 3 ปี ในปีที่ 4 จะปรับเพิ่มอีก 0.30% ทุกๆ 3 ปี (สูงสุดไม่เกิน 3.0%)
- การชำระภาษี: อปท. จะจัดส่งหนังสือแจ้งประเมินภาษีมาให้ โดยเปิดให้ชำระภาษีในช่วงกลางปี และสามารถเลือกแบ่งผ่อนชำระได้ 3 งวด
5. เบี้ยประกันภัยที่อยู่อาศัยและประกันสินเชื่อ (Property Insurance & MRTA)
ความคุ้มครองความเสี่ยงที่เจ้าของบ้านต้องวางแผนงบประมาณไว้ให้ชัดเจน
- 1. ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance – ภาคบังคับกรณีกู้ซื้อบ้านติดจำนอง):
- ความคุ้มครองพื้นฐาน: คุ้มครองตัวอาคารสิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมมูลค่าที่ดิน) จาก 6 ภัยหลัก ได้แก่ ไฟไหม้, ฟ้าผ่า, ระเบิด, ภัยจากยานพาหนะ, ภัยจากอากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำ ทั้งยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ เช่น น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว และการโจรกรรม
- อัตราเบี้ยประกันภัย: เฉลี่ยมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 0.1% ต่อปี ของทุนประกัน (ประมาณ 1,000 บาท ต่อทุนประกัน 1 ล้านบาท)
- เทคนิคประหยัดเบี้ย: เลือกทำสัญญาระยะยาวแบบ 3 ปี จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน (จ่ายประมาณ 2,750 บาท สำหรับ 3 ปี แทนการจ่ายปีละ 1,100 บาท ประหยัดได้ราว 550 บาท)
- กฎสำคัญ 70% Coinsurance Rule: ทุนประกันอัคคีภัยต้องกำหนดไม่ต่ำกว่า 70% ของมูลค่าก่อสร้างอาคารจริง (ไม่รวมที่ดิน) หากทำทุนประกันต่ำกว่า 70% เมื่อเกิดความเสียหาย บริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนแบบเฉลี่ยตามสัดส่วนความเสี่ยง ทำให้เจ้าของบ้านต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนต่างเอง
- ประกันเฟอร์นิเจอร์: ประกันพื้นฐานคุ้มครองเฉพาะโครงสร้าง หากต้องการคุ้มครองเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใน ต้องแจ้งเพิ่มทุนประกันส่วนของทรัพย์สินภายในบ้านเพิ่มเติม
- 2. ประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (MRTA):
- ช่วยปิดความเสี่ยงเรื่องหนี้บ้านหากผู้กู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ โดยธนาคารมักใช้เป็นข้อเสนอส่วนลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เบี้ยประกันคำนวณตามวงเงินกู้ อายุ และระยะเวลาคุ้มครอง ซึ่งสามารถเลือกกู้เพิ่มรวมกับวงเงินสินเชื่อบ้านได้
6. ค่าบริการตรวจรับมอบ และค่าตกแต่งต่อเติม (Inspection & Renovation)
งบประมาณเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าอยู่อาศัยจริง
- ค่าจ้างตรวจรับบ้าน/คอนโด (Home Inspection): การจ้างวิศวกรผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโครงสร้าง ระบบไฟ ประปา สุขาภิบาล งานสถาปัตยกรรม และการรั่วซึมก่อนเซ็นรับโอน ค่าบริการเฉลี่ยประมาณ 3,000 – 10,000 บาท ตามขนาดพื้นที่ ช่วยป้องกันปัญหาและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมใหญ่บานปลายในภายหลัง
- งบตกแต่ง ต่อเติม และเครื่องใช้ไฟฟ้า: ค่าเฟอร์นิเจอร์บิวต์อิน ม่าน มุ้งลวด แอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ต่อเติมครัว และหลังคาโรงจอดรถ งบส่วนนี้มักสูงถึง 10% – 20% ของราคาบ้าน (เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ควรสำรองงบไว้ประมาณ 300,000 – 600,000 บาท)
- ความเสี่ยงส่วนต่างราคาประเมิน (กรณีซื้อบ้านมือสอง): ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้ตามสภาพจริงของบ้าน ไม่ได้อิงตามราคาตกลงซื้อขาย หากบ้านทรุดโทรมจนราคาประเมินต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง ผู้ซื้อต้องเตรียมเงินสดสำรองจ่ายส่วนต่างเองประมาณ 15% – 20%
7. ค่าซ่อมบำรุงตามอายุใช้งาน และค่าใช้จ่ายกรณีปล่อยเช่า (Maintenance & Rental Costs)
ค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ต้องเจอเมื่อเข้าอยู่อาศัย หรือซื้อเพื่อการลงทุน
- ค่าซ่อมแซมตามอายุการใช้งาน:
- บ้านแนวราบ (บ้านเดี่ยว/ทาวน์โฮม): เจ้าของบ้านต้องดูแลค่าทาสีภายนอก ซ่อมหลังคารั่ว ระบบท่อระบายน้ำรอบบ้านเอง 100% รวมถึงค่าบริการฉีดปลวกประจำปีประมาณ 2,000 – 8,000 บาท/ปี
- คอนโดมิเนียม: รับผิดชอบดูแลเฉพาะพื้นที่ภายในห้องชุดตนเอง ส่วนภายนอกและโครงสร้างอาคารนิติบุคคลเป็นผู้ดูแล
- ค่าใช้จ่ายแฝงสำหรับสายลงทุนปล่อยเช่า:
- ค่านายหน้าจัดหาผู้เช่า: อัตรามาตรฐานคือ ค่าเช่า 1 เดือน ต่อสัญญาเช่า 1 ปี (คิดเป็น 8.33% ของรายได้ค่าเช่าตลอดทั้งปี)
- ความเสี่ยงห้องว่าง (Vacancy Rate): ควรเตรียมงบสำรองสำหรับช่วงที่ไม่มีผู้เช่าประมาณ 1 – 2 เดือนต่อปี ซึ่งระหว่างนั้นยังคงต้องผ่อนธนาคารและจ่ายค่าส่วนกลางตามปกติ
- ค่ารีโนเวทและ Deep Cleaning: ค่าเก็บสี ทำความสะอาดใหญ่ และซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ก่อนเปิดรับผู้เช่ารายใหม่
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากค่าเช่า: รายได้ค่าเช่าถือเป็นเงินได้มาตรา 40(5) ต้องยื่นภาษีประจำปี โดยเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 30% หรือหักตามจริง
วางแผนงบประมาณสบายใจ ไร้กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง กับ AKRA Land and House
การเลือกที่อยู่อาศัยที่คิดมาอย่างรอบคอบจะช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝงและตัดงบต่อเติมบานปลายได้ตั้งแต่แรก โครงการคุณภาพในเครือ อัคร บ้านและที่ดิน (AKRA Land and House) มอบความคุ้มค่าและช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณได้ง่ายยิ่งขึ้น
- เดอะ เมเธียส (The Matias): บ้านเดี่ยวหรูสไตล์ Dutch Colonial บนที่ดินแปลงใหญ่ มอบพื้นที่ใช้สอย 340 – 405 ตร.ม. พร้อมฟังก์ชัน Walk-in Closet ทุกห้องนอน และแยกสัดส่วนครัวไทยกับ Pantry มาให้พร้อม ไม่ต้องเสียเงินต่อเติมเพิ่ม ในบรรยากาศ Quiet Luxury
- เดอะ เมิร์ธ ไลท์ (The Mirth Lite): พรีเมียมทาวน์โฮม 3 ชั้น ดีไซน์เพดานสูง Double Volume 6.3 เมตร พร้อมไฮไลต์หน้าบ้านไม่ชนใคร และมีโปรโมชันพิเศษฟรีแอร์ทั้งหลัง ต่อเติมครัวหลังบ้านและปูกระเบื้องให้พร้อมเข้าอยู่ ช่วยเซฟเงินสดก้อนโตไปได้หลักแสน
- เดอะ มิราเคิล (The Miracle): ทาวน์โฮมฟังก์ชันคุ้มค่า โดดเด่นด้วยการลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้านในพื้นที่ซักล้างด้านหลัง ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องส่วนต่อเติมทรุดตัว หมดปัญหาค่าซ่อมแซมโครงสร้างในอนาคต
- เดอะ แมทท์ (The Matt): คอนโดมิเนียม Low-Rise แต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเฟอร์นิเจอร์บิวต์อินและเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่หรือปล่อยเช่าได้ทันทีโดยไม่ต้องแบกรับงบตกแต่งเพิ่มเติม
การรู้เท่าทันค่าใช้จ่ายแฝงทั้ง 7 ข้อ ช่วยให้วางแผนเงินสำรองได้อย่างแม่นยำ ไม่สะดุดกับภาระก้อนโตหลังวันโอนกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม เงินกองทุน ค่าส่วนกลาง ภาษี ประกันภัย หรืองบซ่อมแซมและตกแต่ง การเลือกโครงการที่ใส่ใจในมาตรฐานโครงสร้างและฟังก์ชันที่ครบครัน จะช่วยให้การเป็นเจ้าของบ้านเป็นเรื่องง่ายและมีความสุขในระยะยาว
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายแฝงในการซื้อบ้านและคอนโด
มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% มีเงื่อนไขอย่างไร และใช้ได้ถึงเมื่อไหร่?
ใช้ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยทั้งมือหนึ่งและมือสอง ที่มีราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา โดยผู้ซื้อต้องมีสัญชาติไทย และจดทะเบียนโอนพร้อมจำนองในวันเดียวกัน
เงินกองทุนส่วนกลางแรกเข้า (Sinking Fund) ต่างจากค่าส่วนกลางรายเดือนอย่างไร?
เงินกองทุนแรกเข้าจะเรียกเก็บเฉพาะคอนโดมิเนียมเพียงครั้งเดียว ณ วันโอน เพื่อสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินหรือซ่อมบำรุงโครงสร้างอาคารใหญ่ระยะยาว ส่วนค่าส่วนกลางรายเดือน (CAM Fee) เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนประจำสำหรับ รปภ. แม่บ้าน ไฟฟ้าส่วนกลาง และการดูแลความสะอาดในแต่ละวัน
บ้านหลังแรกและหลังที่สอง เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแตกต่างกันอย่างไร?
บ้านหลังแรก (มีชื่อในทะเบียนบ้านและเป็นเจ้าของที่ดิน) จะได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่า 50 ล้านบาทแรก แต่หากเป็นบ้านหลังที่สอง ซื้อปล่อยเช่า หรือไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน จะต้องเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกในอัตราเริ่มต้น 0.02% (ล้านละ 200 บาท)
ทำไมการทำประกันอัคคีภัยจึงต้องยึดกฎ 70% Coinsurance Rule?
เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองเต็มมูลค่าความเสียหายจริง เพราะหากกำหนดทุนประกันต่ำกว่า 70% ของมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง บริษัทประกันจะถือว่าเจ้าของบ้านยอมรับความเสี่ยงเองบางส่วน และจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน ทำให้เจ้าของบ้านต้องออกเงินซ่อมเองส่วนหนึ่ง
ซื้อบ้านหรือทาวน์โฮมของ AKRA Land and House ช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝงอย่างไร?
โครงการของ AKRA ออกแบบฟังก์ชันมาครบครัน เช่น ทาวน์โฮมเดอะ มิราเคิล มีเสาเข็มหลังบ้านลึกเท่าตัวบ้านช่วยลดปัญหาทรุดตัว ทาวน์โฮมเดอะ เมิร์ธ มีโปรโมชันต่อเติมครัวและแอร์ฟรี และคอนโดเดอะ แมทท์ แต่งครบพร้อมอยู่ ช่วยประหยัดงบตกแต่งและค่าซ่อมบำรุงไปได้มหาศาล
ช่องทางติดต่อส่วนกลาง (AKRA Land and House)
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: www.akralandandhouse.com
- เบอร์โทรศัพท์ส่วนกลาง (Call Center): 063-245-4255
- Line Official Account: @akralandandhouse
- Facebook Fanpage: AKRA Land and House
- เวลาทำการสำนักงานขาย: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 18.00 น.
