ท่าพระ ย่านเก่าแก่ฝั่งธนฯ สู่ฮับ MRT เชื่อมต่อสีลม อโศก ชวนสัมผัสเสน่ห์ชุมชนคู่ไลฟ์สไตล์ทันสมัยกับ The Matt สาทร-ท่าพระ คอนโดพร้อมอยู่ตอบโจทย์คนเมือง เสน่ห์ที่หาตัวจับยากของย่านนี้คือการหลอมรวมคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิม เข้ากับจังหวะชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน ทำให้ท่าพระในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางผ่าน แต่กลายเป็นหนึ่งในทำเลพักอาศัยที่น่าอยู่และเติบโตเร็วที่สุดของฝั่งธนบุรี
1. ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เปิดที่มาของชื่อ “ท่าพระ” ทั้ง 2 ฝั่งเมือง
คำว่า ท่าพระ เป็นชื่อเรียกที่คุ้นหูคนกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน แต่รู้หรือไม่ว่า ในหน้าประวัติศาสตร์มีชื่อท่าพระปรากฏอยู่ทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี โดยมีเรื่องเล่าและที่มาอันทรงคุณค่าแตกต่างกัน
- ฝั่งพระนคร (ท่าช้างวังหลวง สู่ประตูท่าพระและวังท่าพระ):
ย้อนกลับไปในอดีต บริเวณนี้เคยเป็นท่าน้ำสำหรับนำช้างหลวงลงอาบน้ำ ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า “ท่าช้าง” หรือ “ท่าช้างวังหลวง” จนกระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) มีการอัญเชิญพระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปโบราณจากเมืองสุโขทัย ล่องแพมาขึ้นฝั่งที่ท่าน้ำแห่งนี้เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดสุทัศนเทพวราราม การเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปองค์ใหญ่จำเป็นต้องรื้อซุ้มประตูเมืองออกเพื่อให้ผ่านไปได้ ตั้งแต่นั้นมา ผู้คนจึงเรียกท่าน้ำและซุ้มประตูนั้นว่า “ประตูท่าพระ” หรือ “ท่าพระ” และกลายเป็นที่ตั้งของวังท่าพระ ซึ่งปัจจุบันได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ - ฝั่งธนบุรี (วัดท่าพระ และตำนานหลวงพ่อเกษรลอยน้ำ):
สำหรับฝั่งธนบุรี จุดกำเนิดของชื่อย่านมาจาก วัดท่าพระ ริมคลองมอญ เขตบางกอกใหญ่ ในสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมวัดนี้มีชื่อว่า “วัดเกาะ” เพราะถูกโอบล้อมด้วย 3 สายน้ำ ได้แก่ คลองมอญ คลองบางกอกใหญ่ และแม่น้ำเจ้าพระยา จนกระทั่งมีตำนานเล่าขานว่า หลวงพ่อเกษร พระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัยอันศักดิ์สิทธิ์ ได้ลอยน้ำมาติดอยู่ที่ท่าน้ำหน้าวัด ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสจึงพร้อมใจกันอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ในวิหาร พร้อมเรียกท่าน้ำตรงนั้นว่า “ท่าพระ” จนกลายเป็นชื่อวัดท่าพระ และขยายมาเป็นชื่อแขวงวัดท่าพระ ตลอดจนสี่แยกท่าพระจนถึงทุกวันนี้
2. วิวัฒนาการของท่าพระ จากชุมชนชาวสวนริมน้ำ สู่ศูนย์กลางคมนาคมฝั่งธนฯ
หากมองย้อนเส้นทางการเติบโตของย่านท่าพระฝั่งธนบุรี จะเห็นการปรับเปลี่ยนบทบาทของพื้นที่อย่างน่าสนใจ แบ่งออกเป็น 3 ยุคสำคัญ
- ยุคสัญจรทางน้ำและวิถีชาวสวน (Hydrographic Monastic Era): ในยุคแรกเริ่ม ท่าพระเป็นชุมชนเกษตรกรรมริมน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยสวนผลไม้และร่องสวนมะพร้าว ผู้คนใช้คลองมอญและคลองบางกอกใหญ่เป็นเส้นทางคมนาคมหลัก โดยมีวัดท่าพระเป็นศูนย์รวมจิตใจและพื้นที่พบปะของชุมชน
- ยุคโครงข่ายถนนและสี่แยกท่าพระ (Automotive Highway Era): เมืองเริ่มขยายตัวด้วยการตัดถนนสายสำคัญ ทั้งถนนเพชรเกษมและถนนจรัญสนิทวงศ์ เปลี่ยนสามแยกเดิมให้กลายเป็น “สี่แยกท่าพระ” เมื่อมีถนนรัชดาภิเษกเข้ามาเชื่อมต่อทางทิศใต้ พร้อมการก่อสร้างสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ทางลอด เพื่อรองรับการเดินทางด้วยรถยนต์ที่หนาแน่นขึ้น
- ยุคฮับรถไฟฟ้าและเมืองรอบสถานีขนส่ง (Multi-Modal Transit-Oriented Era): การเข้ามาของระบบราง โดยเฉพาะรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ได้พลิกโฉมย่านท่าพระให้กลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่ทรงพลัง ดึงดูดการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย คอมมูนิตี้มอลล์ และแหล่งไลฟ์สไตล์สมัยใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
3. เจาะลึก MRT ท่าพระ สถานี Self-Interchange วงกลมแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนให้ย่านนี้คึกคักขึ้นมาทันตา คือสถานีรถไฟฟ้า MRT ท่าพระ (BL01) สถานียกระดับลอยฟ้าขนาดใหญ่ 4 ชั้น ที่ทำหน้าที่เป็น “Self-Interchange Station” หรือสถานีเชื่อมต่อในตัวเองเพียงแห่งเดียวของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ออกแบบมาเพื่อผสานโครงข่ายรถไฟฟ้าสายวงกลม (Loop Line) และสายรัศมีเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
- ชั้น G (Street Level): ทางเข้า-ออก 1–4 เชื่อมต่อไปยังถนนสายหลัก ชุมชนรอบข้าง และจุดต่อรถประจำทาง
- ชั้น U1 (Concourse): ชั้นออกบัตรโดยสาร จุดบริการลูกค้า และร้านค้าอำนวยความสะดวก
- ชั้น U2 (ชานชาลาชั้นล่าง – ชานชาลาข้าง):
- ชานชาลา 1: มุ่งหน้าสถานีหลักสอง ผ่านเส้นทางบางหว้าและภาษีเจริญ
- ชานชาลา 2: มุ่งหน้าเข้าเมือง นั่งต่อเดียวยาวผ่านสถานีสนามไชย หัวลำโพง สีลม อโศก พระราม 9 บางซื่อ แล้ววนรอบใหญ่กลับมาสิ้นสุดที่สถานีท่าพระ
- ชั้น U3 (ชานชาลาชั้นบน – ชานชาลากลาง):
- ชานชาลา 3 & 4: ชานชาลาปลายทางและวิ่งวน มุ่งหน้าผ่านจรัญสนิทวงศ์ บางขุนนนท์ บางซื่อ เพื่อเชื่อมรอบวงกลม
ความพิเศษของสถานีนี้คือ ผู้โดยสารสามารถสลับเส้นทางระหว่างการเข้าเมืองและการเดินทางรอบฝั่งธนฯ ได้ภายในสถานีเดียวโดยไม่ต้องแตะบัตรออก ช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาในการเดินทางในแต่ละวันได้อย่างมหาศาล
4. ไลฟ์สไตล์รอบย่าน และแผนพัฒนาเมืองเดินเท้าและจักรยานสัญจร
นอกจากเรื่องการเดินทางที่สะดวกสบายแล้ว ท่าพระยังเป็นย่านที่ใช้ชีวิตได้อย่างสนุกและมีสีสันตลอดทั้งวัน:
- เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ (The Mall Lifestore Tha Phra): แลนด์มาร์กช้อปปิ้งใหญ่ที่พลิกโฉมใหม่สู่คอนเซ็ปต์ “Urban Playground” รวบรวมแบรนด์แฟชั่น ร้านอาหารชื่อดัง ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม และโรงภาพยนตร์ ตอบโจทย์การพักผ่อนของทุกครอบครัว
- ตลาดเดินเล่นท่าพระ และสตรีทฟู้ดตลาดพลู: แหล่งแฮงก์เอาต์ยามเย็นตรงข้ามเดอะมอลล์ที่มีร้านค้าให้เลือกช้อปชิมกว่า 300 ร้านค้า แถมยังอยู่ใกล้ “ตลาดพลู” สตรีทฟู้ดระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องกุยช่าย บะหมี่ และของหวานรสเด็ด
- ย่านนำร่องเมืองเดินเท้าและจักรยาน (กทม. พ.ศ. 2567–2575): สถานีท่าพระได้รับเลือกเป็น 1 ใน 4 ย่านนำร่องของกรุงเทพมหานคร ร่วมกับย่านพร้อมพงษ์ สามยอด และลาดพร้าว 71 เพื่อพัฒนาเส้นทางสัญจรในตรอกซอกซอย ทางจักรยานเชื่อมต่อรอบสถานีรัศมี 2 กิโลเมตร ครอบคลุม 68 ชุมชน เชื่อมการเดินทาง รถ-ราง-เรือ ให้สะดวก ปลอดภัย และเอื้อต่อการเดินเท้าอย่างแท้จริง
ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ The Matt สาทร-ท่าพระ คอนโดแต่งครบ ใกล้รถไฟฟ้า
เมื่อทำเล ท่าพระ พร้อมสรรพทั้งการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวก การเลือกที่อยู่อาศัยที่เข้ากับจังหวะชีวิตคนทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ โครงการ The Matt สาทร-ท่าพระ คอนโดมิเนียม Low-Rise แต่งครบพร้อมอยู่ จาก บริษัท วีไอพี กรุ๊ปส์ จำกัด (ในเครือ บริษัท อัคร บ้านและที่ดิน จำกัด) ตั้งอยู่ในซอยเทอดไท 33 ใกล้ BTS ตลาดพลู เพียง 280 เมตร และเชื่อมต่อไปยัง MRT ท่าพระ ได้อย่างรวดเร็ว ตกแต่งแบบ Fully Furnished ด้วยเฟอร์นิเจอร์ Built-in และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนเพียง 178 และ 190 ยูนิต พร้อมส่วนกลางครบครัน ทั้ง Infinity Sky Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส, Co-Working Space พร้อม Wi-Fi และระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ให้คุณเริ่มต้นชีวิตเมืองได้อย่างคุ้มค่าและสบายใจ
ท่าพระเติบโตจากชุมชนริมน้ำสู่อภิมหาศูนย์กลางระบบราง MRT ที่เชื่อมการเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองได้อย่างไร้รอยต่อ ครบครันด้วยห้างสรรพสินค้า ตลาดสตรีทฟู้ดชื่อดัง และโครงการพัฒนาเมืองเดินเท้าที่ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน การเลือกอยู่อาศัยที่ The Matt สาทร-ท่าพระ จึงเป็นคำตอบที่ลงตัวทั้งความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย และการใช้ชีวิตเมืองที่แท้จริง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับย่านท่าพระและโครงการ The Matt สาทร-ท่าพระ
ที่มาของชื่อ “ท่าพระ” ฝั่งธนบุรี มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
มีที่มาจาก “วัดท่าพระ” (เดิมชื่อวัดเกาะ) ริมคลองมอญ เกิดจากตำนานหลวงพ่อเกษร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ลอยน้ำมาติดที่ท่าน้ำหน้าวัด ชาวบ้านจึงอัญเชิญขึ้นประดิษฐานและเรียกท่าน้ำนั้นว่าท่าพระ จนกลายมาเป็นชื่อวัด แขวง และสี่แยกท่าพระในปัจจุบัน
เหตุใดสถานีรถไฟฟ้า MRT ท่าพระ จึงได้ชื่อว่าเป็น Self-Interchange Station?
เพราะเป็นสถานีแห่งเดียวของสายสีน้ำเงินที่ทำหน้าที่เป็นจุดตัดเชื่อมต่อกันเองระหว่างสายวงกลม (Loop Line) และสายรัศมี ผู้โดยสารสามารถสลับชั้นชานชาลาเพื่อมุ่งหน้าไปหัวลำโพง สีลม อโศก บางซื่อ หรือหลักสอง ได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องแตะบัตรออกจากระบบ
ย่านสถานีท่าพระมีบทบาทอย่างไรในแผนแม่บทเมืองเดินเท้าของกรุงเทพมหานคร?
ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 ย่านนำร่อง เพื่อพัฒนาปรับปรุงทางเท้า ทางจักรยาน และทางสัญจรในตรอกซอกซอยรอบรัศมี 2 กิโลเมตร ครอบคลุม 68 ชุมชน ให้สามารถเชื่อมต่อการเดินทาง รถ-ราง-เรือ ได้อย่างปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จากโครงการ The Matt สาทร-ท่าพระ เดินทางไปสถานีรถไฟฟ้าได้อย่างไรบ้าง?
โครงการตั้งอยู่ในซอยเทอดไท 33 สามารถเดินเท้าไปยังสถานี BTS ตลาดพลู ได้ในระยะทางเพียงประมาณ 250 – 280 เมตร และสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยัง MRT สถานีท่าพระ หรือรถด่วน BRT สถานีราชพฤกษ์ เพื่อเข้าสู่สาทร พระราม 3 ได้อย่างรวดเร็ว
หากสนใจนัดหมายเข้าชมโครงการ The Matt สาทร-ท่าพระ ติดต่อได้ผ่านช่องทางใด?
สามารถโทรนัดหมายล่วงหน้าได้ที่เบอร์ประจำโครงการ 061-445-5596 หรือติดต่อผ่าน Line Official Account โดยสำนักงานขายเปิดต้อนรับทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 18.00 น.
ข้อมูลโครงการและช่องทางติดต่อ
- โครงการ: เดอะ แมทท์ สาทร-ท่าพระ (The Matt Sathorn-Thapra)
- เบอร์โทรศัพท์ประจำโครงการ: 061-445-5596
- แผนที่โครงการ (Location): Google Maps
- ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ: akralandandhouse.com/go/tm-st_en1
- Line นัดหมายโครงการ: bit.ly/AKRALandandHouse
ช่องทางติดต่อส่วนกลาง (AKRA Land and House)
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: www.akralandandhouse.com
- เบอร์โทรศัพท์ส่วนกลาง (Call Center): 063-245-4255
- Line Official Account: @akralandandhouse
- Facebook Fanpage: AKRA Land and House
- เวลาทำการสำนักงานขาย: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 18.00 น.
