แต่งบ้านยังไงให้ถูกใจน้องหมาน้องแมว? 5 เทคนิคแต่งบ้านสำหรับ สัตว์เลี้ยง

แต่งบ้านยังไงให้ถูกใจน้องหมาน้องแมว 5 เทคนิคแต่งบ้านสำหรับ สัตว์เลี้ยง | akra land and house

ใครกำลังวางแผนแต่งบ้านสำหรับทาสหมาทาสแมว อยากให้บ้านสวย สะอาด ปลอดภัย แถมลูกๆ สัตว์เลี้ยง อยู่สบาย ไม่ต้องคอยประสาทเสียกับเรื่องข้าวของพังหรืออุบัติเหตุอยู่บ้าง? วันนี้เรามีไอเดียเด็ดๆ มาฝากกันแบบจัดเต็ม!

เราจะพาไปดูเทคนิคแต่งบ้านที่เป็นมิตรกับ สัตว์เลี้ยง ตั้งแต่การเลือกพื้น ผนัง โซฟา การจัดมุมห้องน้ำ ไปจนถึงการจัดสวนหน้าบ้าน บอกเลยว่าอ่านจบปุ๊บ ได้ไอเดียเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นสวรรค์ของทั้งคนและน้องๆ ทันที!

1. เลือกพื้นและผนังแบบไหนดี? น้องไม่เจ็บขา แถมเช็ดทำความสะอาดง่าย

พื้นและผนังเนี่ยถือเป็นด่านแรกที่ต้องรับทั้งรอยเล็บ คราบเปื้อน และแรงกระแทกเวลาเด็กๆ วิ่งใส่กันสุดพลัง

  • เลือกพื้นกันลื่น ถนอมข้อสะโพก: บอกลาพื้นหินอ่อน ไม้จริง หรือกระเบื้องเงาๆ วับๆ ไปได้เลย เพราะความลื่นจะทำให้น้องๆ ต้องเกร็งขาเวลาวิ่ง จนเสี่ยงเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมได้ง่ายๆ แนะนำให้เลือกพื้นที่มีความหนืด ทนรอยข่วน เช่น กระเบื้องยาง ไวนิล ลามิเนต หรือกระเบื้องพอร์ซเลน และถ้าอยากใช้พื้นสีสว่าง แนะนำให้เลือกลายที่มีลวดลายเล็กๆ จะช่วยเนียนพรางรอยเปื้อนได้ดีมาก
  • ผนังลบมุม เช็ดล้างง่าย: ควรใช้สีทาผนังประเภทที่เช็ดคราบออกได้ง่าย และลองออกแบบมุมผนังให้มีความโค้งมนนิดนึง เวลาเด็กๆ วิ่งซิ่งชนมุมจะได้ไม่เจ็บตัวมาก

2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ยังไงให้ทน รอยข่วนไม่เข้า ไม่เก็บขน?

การเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านทาส ต้องเน้นแบบที่อมกลิ่นน้อยๆ ทนทาน และไม่มีมุมแหลมคมทิ่มแทง

  • โซฟาและผ้าหุ้ม: เลือกผ้าที่กันรอยข่วนและเช็ดล้างง่าย เช่น ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าแคนวาส เทคนิคเด็ดคือเลือกสีผ้าให้เนียนไปกับสีขนของลูกๆ เช่น เลี้ยงโกลเด้นก็จัดโซฟาโทนน้ำตาลอ่อนไปเลย ช่วยพรางตาเวลาขนร่วงได้เนียนสุดๆ
  • โต๊ะและเตียงนอน: เลือกโต๊ะไม้หรือโลหะทรงขอบมน เลี่ยงโต๊ะกระจกเพราะอาจแตกอันตราย ส่วนเตียงนอนแนะนำเตียงเตี้ยๆ สไตล์ญี่ปุ่น น้องๆ จะได้ขึ้นลงง่าย ไม่ต้องกระโดดกระแทกข้อ และเลือกหัวเตียงแบบเรียบหรือบุนวม แทนแบบซี่ๆ เพื่อกันขาหรือหัวน้องเข้าไปติด
  • พรมและของตกแต่ง: โบกมือลาพรมขนยาวไปได้เลยเพราะเก็บฝุ่น เก็บขน และอมกลิ่นฉุนสุดๆ ถ้าอยากใช้พรม แนะนำพรมเส้นใยสั้นสีเข้ม หรือพรมกันน้ำแทน ส่วนของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้เก็บใส่ตู้ปิดให้มิดชิด หลีกเลี่ยงโคมไฟระย้าที่น้องๆ อาจจะคิดว่าเป็นของเล่นแล้วปีนขึ้นไปโหนเล่น

3. แบ่งโซนในบ้านยังไง ให้เป็นระเบียบ สะอาด สุขอนามัยเป๊ะ?

การแบ่งโซน (Zoning) ช่วยให้บ้านดูไม่รก และทำความสะอาดง่ายขึ้นเยอะเลย

  1. กั้นพื้นที่ให้ชัด: ใช้ประตูหรือรั้วกั้นตามความสูงของน้องๆ (หมาตัวเล็กใช้รั้วสูงไม่เกิน 1 เมตร หมาตัวใหญ่จัดไป 1.2 เมตรขึ้นไป) เพื่อแยกสเปซส่วนตัวของคนและสัตว์เลี้ยง
  2. มุมกินข้าวต้องวางให้ถูกจุด: วางใกล้ที่นอนได้แต่ต้องเว้นระยะให้เช็ดทำความสะอาดสะดวก และที่สำคัญต้องวางให้ห่างจากมุมห้องน้ำนะ เพราะตามสัญชาตญาณ น้องๆ จะไม่ยอมกินข้าวใกล้จุดที่ตัวเองขับถ่ายเด็ดขาด
  3. จัดมุมห้องน้ำให้กว้างพอ: ห้องน้ำควรอยู่ในมุมสงบ เป็นส่วนตัว และกว้างกว่าตัวน้องสัก 1.5 เท่า จะได้หมุนตัวกลับตัวสบายๆ และพยายามอย่าย้ายตำแหน่งห้องน้ำบ่อย เดี๋ยวเด็กๆ จะสับสนจนอึฉี่ไม่เป็นที่
  4. ทำมุมล้างตัวก่อนเข้าบ้าน: ทำจุดพักเล็กๆ ตรงทางเข้าบ้าน ติดตั้งก๊อกน้ำไว้ฉีดล้างอุ้งเท้า เช็ดฝุ่น ดิน หรือเช็กเห็บหมัดก่อนพาน้องเดินเข้าบ้านจริง

4. จัดบ้านและอากาศยังไง ให้ลูกๆ อารมณ์ดี สุขภาพแข็งแรง?

สภาพแวดล้อมและอากาศในบ้านมีผลต่อจิตใจและสุขภาพน้องๆ มากๆ นะ

  • อากาศถ่ายเท แดดส่องถึง: ห้องของน้องๆ ควรมีช่องลมและแสงแดดส่องถึง เพื่อลดความชื้นและกลิ่นอับ อุณหภูมิที่กำลังสบายจะอยู่ที่ 20-29 องศาเซลเซียส อย่าปล่อยให้น้องอยู่ในห้องอับร้อนเด็ดขาด เพราะเสี่ยงเป็นฮีทสโตรกได้
  • ทำทางลาดถนอมข้อต่อ: ตรงไหนที่น้องชอบกระโดดขึ้นลงบ่อยๆ เช่น บนเตียง หรือกระจกหน้าต่างสูงๆ ลองทำบันไดเสริมหรือทางลาดกันลื่นไว้ให้ น้องจะได้ไม่ต้องใช้ข้อขาหนักเกินไป
  • ลดเสียงรบกวน: ติดตั้งประตูกันเสียงเพื่อลดเสียงรบกวนภายนอกที่อาจทำให้น้องตกใจเห่า และยังช่วยกันเสียงเห่าของลูกเราไม่ให้ไปรบกวนเพื่อนบ้านด้วย
  • ล้างแอร์บ่อยขึ้นนิดนึง: ขนสัตว์จะเข้าไปสะสมในแอร์ได้ไวมาก แนะนำให้ล้างแอร์และแผ่นกรองทุกๆ 3-4 เดือน อากาศจะได้สะอาดสดชื่นตลอดเวลา

5. จัดสวนหน้าบ้านยังไง ให้น้องๆ วิ่งเล่นสะใจแบบปลอดภัย?

บ้านไหนมีสนามหญ้า การจัดสวนให้ปลอดภัยจะช่วยให้น้องๆ ได้วิ่งปล่อยพลังเต็มที่แบบไร้กังวล

  • รั้วบ้านต้องแน่นหนา: เช็กรั่วบ้านให้ดี อย่าให้มีช่องโหว่ รั้วควรรอบชิดและสูงสัก 1.5 – 2 เมตร ป้องกันน้องแอบมุดหรือกระโดดหนีเที่ยว
  • ปลูกหญ้าอร่อยๆ: บ้านไหนเลี้ยงแมว ลองปลูกหญ้าแพรก แห้วหมู หรือต้นไผ่ใส่กระถางแซมไว้ให้เด็กๆ เดินมาเล็มกินเล่น ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารได้ดีมาก
  • บ่อน้ำต้องเซฟ: เลี้ยงหมาไม่ควรขุดบ่อน้ำลึกเกินไป และทำทางตื้นๆ ให้ตะกายขึ้นง่ายๆ แต่ถ้าเลี้ยงแมวแล้วมีบ่อปลา ควรทำระดับน้ำให้อยู่ต่ำกว่าขอบบ่อในระยะที่น้องเอื้อมไม่ถึง ป้องกันแมวตกน้ำหรือแอบแกล้งน้องปลา

สรุป

แต่งบ้านให้ถูกใจสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลย แค่เน้น เลือกวัสดุที่ปลอดภัย กันลื่น ทำความสะอาดง่าย แบ่งโซนกินนอนอึฉี่ให้เป็นสัดส่วน เท่านี้เราและลูกๆ ก็อยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างมีความสุข บ้านสวยงาม สะอาด แฮปปี้กันยาวๆ แล้ว!

สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมทำเลดี ดีไซน์สวย โครงสร้างแข็งแรง และตอบโจทย์การอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัว สามารถแวะเข้าไปชมโครงการคุณภาพจาก AKRA Land and House ได้เลย!

ช่องทางติดต่อส่วนกลาง (AKRA Land and House)

  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: www.akralandandhouse.com
  • เบอร์โทรศัพท์ส่วนกลาง (Call Center): 063-245-4255
  • Line Official Account: @akralandandhouse
  • Facebook Fanpage: AKRA Land and House
  • เวลาทำการสำนักงานขาย: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 18.00 น.

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแต่งบ้านให้สัตว์เลี้ยง

เลี้ยงสุนัขและแมว ควรเลือกพื้นบ้านแบบไหนดีที่สุด?

แนะนำพื้นไวนิล กระเบื้องยาง หรือกระเบื้องพอร์ซเลนแบบกันลื่น เพราะทนรอยข่วน ไม่เก็บกลิ่น และช่วยถนอมข้อสะโพกน้องๆ ไม่ให้ลื่นเวลาวิ่งซน

ทำยังไงไม่ให้โซฟามีคราบเปื้อนและขนสัตว์ติดเต็มไปหมด? 

ใช้โซฟาผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าแคนวาส เพราะเช็ดทำความสะอาดง่ายและทนรอยข่วนได้ดี และเลือกสีผ้าให้ใกล้เคียงกับสีขนของน้องๆ เพื่อช่วยพรางตา

ทำไมถึงไม่ควรวางชามอาหารไว้ใกล้กับห้องน้ำของสัตว์เลี้ยง? 

ตามสัญชาตญาณธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงจะไม่ยอมกินอาหารใกล้ๆ จุดที่ตัวเองขับถ่าย การวางไว้ใกล้กันอาจทำให้น้องปฏิเสธไม่ยอมกินข้าว หรือแอบไปขับถ่ายที่อื่นแทน

ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหนถ้าเลี้ยงสัตว์ในบ้าน?

ควรล้างแอร์และทำความสะอาดแผ่นกรองทุกๆ 3-4 เดือน เพราะขนและละอองฝุ่นจากสัตว์เลี้ยงจะเข้าไปอุดตันได้ไวกว่าบ้านทั่วไป

เข้าร่วมการสนทนา

Compare listings

เปรียบเทียบ