เทคนิคเปิดแอร์สู้หน้าร้อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ “ประหยัดไฟ”

เทคนิคเปิดแอร์สู้หน้าร้อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ ประหยัดไฟ | akra land and house

รวมเทคนิคเปิดแอร์สู้หน้าร้อน พร้อมวิธี ประหยัดไฟ และจัดระเบียบเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านให้เซฟค่าใช้จ่ายได้จริงแบบเห็นผล เผยสูตรเปิดแอร์คู่พัดลม เช็กลิสต์ 4 ปัจจัยแอบแฝงที่ทำให้แอร์ทำงานหนัก และ 4 สเต็ปจัดบ้านให้ลมโฟลว์เพื่อช่วยคุณ ประหยัดไฟ ได้สูงสุดทุกเดือน อ่านครบจบในบทความนี้

รู้จัก “ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน” เคล็ดลับเซฟค่าไฟที่หน่วยงานรัฐแนะนำ

ชวนทำความรู้จักกับคำว่า “ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน” (Energy Efficiency) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการประหยัดไฟ หากเราต้องการเซฟค่าใช้จ่าย สิ่งแรกที่ควรสังเกตคือการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับ “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” ซึ่งเป็นการรับรองระดับการใช้ไฟฟ้าเบื้องต้นจากหน่วยงานรัฐอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยฉลากนี้จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ในบ้านนั้นประหยัดพลังงานสูงสุด และมีส่วนช่วยลดภาระค่าไฟในระยะยาวได้จริงๆ

คำนวณให้ดูชัดๆ! เปิดแอร์คู่พัดลม ช่วย “ประหยัดไฟ” ได้จริงหรือ?

หลายคนอาจคิดว่าเปิดทั้งแอร์ทั้งพัดลมยิ่งกินไฟ แต่เรามีตัวเลขมาพิสูจน์ให้ดู สมมติว่า นาย A เปิดแอร์ขนาด 12,000 BTU (กำลังไฟฟ้า 950 วัตต์) ตลอด 9 ชั่วโมงในสภาพอากาศร้อนจัด เขาจะใช้ไฟมากถึง 133.38 หน่วยต่อเดือนเลยทีเดียว

แต่ถ้านาย A ปรับพฤติกรรมใหม่ตามสูตรง่ายๆ นี้

  • สูตรประหยัดไฟ: ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 27-28 องศาเซลเซียส + เปิดพัดลมส่ายไปมา

พัดลมซึ่งกินไฟเพียงแค่ 50 วัตต์ จะช่วยกระจายความเย็นให้ทั่วห้อง และทำให้ร่างกายของนาย A รู้สึกว่าอุณหภูมิลดลงอีกราว 2 องศาเซลเซียส ทำให้นาย A รู้สึกเย็นสบายเหมือนเปิดแอร์ที่ 25 องศา แต่แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก จึงช่วยเซฟค่าไฟลงได้ถึง 10% อย่างเห็นผล

เจาะลึก 4 ปัจจัยแอบแฝงที่ทำให้แอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานหนัก

นำมาฝากกันกับปัจจัยหลักที่มักทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องทำงานหนักเกินความจำเป็น ลองมาเช็กกันดูนะว่าบ้านของเราเผลอทำข้อไหนไปบ้าง:

  1. ตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ขวางทางลม การจัดวางตู้โชว์หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่บังทิศทางลม จะทำให้อากาศไม่ถ่ายเทเท่าที่ควร เราควรขยับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ไปวางชิดผนังทึบ เพื่อเปิดทางให้ลมพัดผ่านได้สะดวก และลดภาระของเครื่องปรับอากาศ
  2. ความชื้นแอบแฝงในห้องแอร์ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า แอร์ต้องใช้พลังงานถึง 70% ไปกับการไล่ความชื้นออกจากห้อง และใช้อีก 30% สำหรับการทำความเย็นเท่านั้น ดังนั้น เราจึงไม่ควรตากผ้าเปียก นำต้นไม้ หรือมีอ่างน้ำไว้ในห้องแอร์ เพราะจะทำให้แอร์กินไฟพุ่งปรี๊ดโดยไม่จำเป็น
  3. ความร้อนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ อุปกรณ์ที่สร้างความร้อน เช่น เตารีด ไม่ควรนำมาใช้งานในห้องที่กำลังเปิดแอร์เด็ดขาด เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น รวมถึงตู้เย็นก็ควรตั้งให้ห่างจากผนังด้านหลังประมาณ 15 ซม. ด้านข้าง 2 ซม. และเว้นด้านบน 30 ซม. เพื่อให้เครื่องระบายความร้อนได้ดีและไม่กินไฟ
  4. คอมเพรสเซอร์แอร์โดนแดดจัด หากคอมเพรสเซอร์แอร์ (ตัวระบายความร้อนที่อยู่หลังบ้าน) ตั้งอยู่ในจุดที่โดนแดดส่องเต็มๆ จะทำให้เครื่องทำงานหนักและกินไฟเยอะกว่าปกติ ควรจัดวางในพื้นที่ร่มและไม่มีสิ่งกีดขวางทางลมเป่าออก

เปิดตารางเปรียบเทียบ: ปรับพฤติกรรมนิดเดียว ช่วยลดค่าไฟได้กี่หน่วย?

เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น ลองมาดูข้อมูลอ้างอิงกันว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน จะช่วยให้เราประหยัดไฟได้มากแค่ไหน:

พฤติกรรมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าผลลัพธ์การประหยัดค่าไฟ (โดยประมาณต่อเดือน)
ล้างเครื่องปรับอากาศ (ปีละ 2 ครั้ง)ประหยัดไฟ 73-95 หน่วย (ลดค่าไฟได้ถึง 6-8%)
ถอดปลั๊กกระติกน้ำร้อนเมื่อเลิกใช้ประหยัดไฟ 6.4 หน่วย (ไม่เสียบอุ่นทิ้งไว้ทั้งวัน)
ถอดปลั๊กพัดลมเมื่อเลิกใช้งานประหยัดไฟ 4.5 หน่วย
ถอดปลั๊กทีวีเมื่อเลิกใช้งานประหยัดไฟ 2.8 หน่วย

4 Step จัดระเบียบบ้านคลายร้อน เคลียร์พื้นที่ให้ลมโฟลว์สไตล์คนรักบ้าน

เรามาแยกย่อยขั้นตอนง่ายๆ ในการจัดระเบียบบ้านเพื่อเตรียมพร้อมสู้หน้าร้อนและเซฟค่าไฟไปพร้อมกัน

  • Step 1: ระบายความร้อนก่อนเปิดแอร์ ในช่วงเย็นที่ผนังบ้านคายความร้อน ให้เปิดประตูและหน้าต่างเพื่อระบายอากาศร้อนออกไปก่อนเปิดแอร์สัก 15 นาที จะช่วยลดอุณหภูมิห้องและลดการใช้พลังงานของแอร์ได้เป็นอย่างดี
  • Step 2: จัดการกับคอยล์ร้อนและแผ่นกรองแอร์ ถอดแผ่นกรองอากาศมาล้างทำความสะอาดทุกๆ 1-2 เดือน เพื่อให้แอร์ดูดอากาศได้ดีขึ้น และควรเช็กว่าคอยล์ร้อน (ตัวนอกบ้าน) วางห่างจากผนังอย่างน้อย 10 ซม. และมีพื้นที่ด้านหน้าที่ลมเป่าออกอย่างน้อย 70 ซม. เพื่อระบายความร้อน
  • Step 3: บล็อกความร้อนจากภายนอก ใช้ผ้าม่านทึบแสงหรือแบบที่กันแสง UV ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดสาดส่องเข้ามาสะสมความร้อนในบ้านช่วงกลางวัน
  • Step 4: นำเทคโนโลยีมาเป็นผู้ช่วย ลองหาปลั๊กไฟอัจฉริยะ (Smart Plug) มาใช้งานดู เพราะอุปกรณ์นี้สามารถควบคุมการเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านสมาร์ตโฟนได้ ช่วยให้เราตั้งเวลาตัดกระแสไฟเมื่อไม่ใช้งานได้ง่ายๆ 

เติมเต็มความรู้เรื่องบ้านไปกับ บริษัท อัคร บ้านและที่ดิน จำกัด

บทความแนะนำที่น่าสนใจ

เพราะ บริษัท อัคร บ้านและที่ดิน จำกัด ใส่ใจและเข้าใจถึงทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย เราจึงพร้อมเป็น “ผู้ช่วยคิดและเพื่อนบ้านผู้เชี่ยวชาญ” ที่คอยสรรหาสาระดีๆ มามอบให้ทุกคนเสมอ เพื่อเติมเต็มความหมายของการใช้ชีวิตในบ้าน ให้คุณมีความสุข สะดวกสบาย และคุ้มค่าอย่างยั่งยืนในทุกๆ วัน!

หากคุณไม่อยากพลาดสาระความรู้ และข่าวสารเกี่ยวกับโครงการบ้านของ อัคร บ้านและที่ดิน สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของตามลิงก์ด้านล่างได้เลย

Website: akralandandhouse.com
Facebook: https://www.facebook.com/share/1EWQpYUByM/
Instagram: https://www.instagram.com/akralandandhouse.official?igsh=MTJzYW9tYTZobjNoMA==
Lemon8: https://s.lemon8-app.com/al/GgUFkZYUyk

FAQ – คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทคนิคเปิดแอร์และวิธีประหยัดไฟในบ้าน

การเปิดแอร์ที่ 27-28 องศาเซลเซียส ร่วมกับพัดลม ช่วยประหยัดไฟได้จริงไหม และเย็นพอหรือเปล่า?

ช่วยประหยัดไฟได้จริงและเย็นสบายอย่างทั่วถึง เพราะพัดลมกินไฟเพียงประมาณ 50 วัตต์ แต่ช่วยกระจายลมเย็นและทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นลงได้อีกราว 2 องศาเซลเซียส ส่งผลให้รู้สึกสบายเหมือนเปิดแอร์ที่ 25 องศา แต่คอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก จึงช่วยลดการกินไฟลงได้ถึง 10%

ทำไมถึงไม่ควรนำผ้าเปียกมาตาก หรือวางต้นไม้ไว้ในห้องแอร์?

เพราะแอร์ต้องใช้พลังงานสูงถึง 70% ในการลดและไล่ความชื้นออกจากอากาศ และใช้พลังงานเพียง 30% ในการทำความเย็น การมีแหล่งความชื้น เช่น ผ้าเปียก ต้นไม้ หรืออ่างน้ำ อยู่ในห้อง จะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องดึงความชื้นออกตลอดเวลา คอมเพรสเซอร์จึงทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหนถึงจะช่วยเซฟค่าไฟได้สูงสุด?

แนะนำให้ล้างแผ่นกรองอากาศด้วยตัวเองทุก 1-2 เดือน และเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาล้างใหญ่ปีละประมาณ 2 ครั้ง การรักษาความสะอาดของแอร์จะช่วยให้ระบบหมุนเวียนและดูดอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ สามารถช่วยประหยัดไฟได้เฉลี่ย 73–95 หน่วยต่อเดือน หรือลดค่าไฟลงได้ราว 6–8%

ตำแหน่งการติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ (คอยล์ร้อน) นอกบ้าน มีผลต่อค่าไฟอย่างไร?

มีผลโดยตรงต่อการกินไฟ หากคอยล์ร้อนตั้งอยู่กลางแดดจัดหรือมีสิ่งกีดขวางทางลมเป่า จะระบายความร้อนได้ยาก ทำให้แอร์กินไฟหนักขึ้น ตำแหน่งที่เหมาะสมควรอยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก วางห่างจากผนังอย่างน้อย 10 ซม. และเว้นระยะด้านหน้าที่เป่าลมออกไม่น้อยกว่า 70 ซม.

แค่ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน ช่วยลดค่าไฟได้มากน้อยแค่ไหน?

ช่วยประหยัดไฟได้จริงในระยะยาว เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโหมดสแตนด์บายหรือระบบอุ่นตลอดเวลายังคงกินไฟอยู่เสมอ เช่น การถอดปลั๊กกระติกน้ำร้อนเมื่อเลิกใช้ช่วยลดไฟได้ราว 6.4 หน่วย/เดือน, การถอดปลั๊กพัดลมลดได้ประมาณ 4.5 หน่วย/เดือน และการถอดปลั๊กทีวีช่วยประหยัดได้อีกราว 2.8 หน่วย/เดือน

 แหล่งข้อมูลอ้างอิง

เข้าร่วมการสนทนา

Compare listings

เปรียบเทียบ